ความหวังสงครามใกล้ปิดฉาก! “หุ้นฟื้น น้ำมัน-ทองคำร่วง”

Highlight
สงครามรัสเซีย-ยูเครน เบาลงชั่วขณะเมื่อรัสเซียออกมาเปิดเผยว่าการเจรจามีความคืบหน้า รอลุ้นผลของ รมว.ต่างประเทศของทั้งสองฝั่งที่พบกันวันนี้ ส่งผลให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงและตลาดหุ้น ขายน้ำมันดิบส่งผลให้ราคาปรับตัวลงแรงกว่า 10% เมื่อคืนนี้ ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและเงินเฟ้อ ในขณะที่ทองคำร่วง 500 บาท
เงินไหลกลับตลาดหุ้น น้ำมัน-ทองคำ ร่วง
ตลาดหุ้นไทยเปิดสวย มีแรงวิ่งต่อหลังแนวโน้มสถานการณ์สู้รบรัสเซีย-ยูเครน มีแนวโน้มคลี่คลาย โดย SET Index ปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องทดสอบบริเวณ 1,660 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านหลัก ตาม Sentiment บวกจากต่างประเทศ
ปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ (10 มี.ค.) SET Index 1,654.61 จุด +10.97 จุด หรือ เพิ่มขึ้น 0.67% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.08 หมื่นล้านบาท
วันนี้จะมีการพบกันระหว่าง รมว.ต่างประเทศของทั้ง 2 ฝั่ง ตลาดคาดว่าแนวโน้มน่าจะดียูเครนน่าจะอ่อนลงหลังจากถอดใจไม่ง้อนาโตเข้าร่วมร่วมเป็นสมาชิก ส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรในทองคำและเม็ดเงินไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะหุ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงกว่า 10% เมื่อคืนช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและเงินเฟ้อ
ตอนเช้าวันนี้ สมาคมค้าทองคำ แจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาทองระหว่างวัน ในวันนี้ (10 มี.ค.) การซื้อขายครั้งที่ 1 ราคาปรับลง 500 บาท โดยราคาทองแท่งรับซื้ออยู่ที่ 30,800.00 บาท ขายออกอยู่ที่ 30,900.00 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณ รับซื้ออยู่ที่ 30,244.20 บาท ขายออกอยู่ที่ 31,400.00 บาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 10.มี.ค. เคลื่อนไหวอยู่ที่ 109 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลงจากจุดสูงสุด เมื่อสองวันก่อนหน้า ซึ่งขึ้นไปแตะ 130 เหรียญต่อบาร์เรล ราคาทองคำลงมาอยู่ที่ 1,978 เหรียญต่อออนซ์ เมื่อเวลา 11.37 น.ของวันที่ 10 มี.ค. ลดลงจากจุดสูงสุดเมื่อ 8 มี.ค. ที่ 2,052 เหรียญต่อออนซ์
ASPS เปิดโผหุ้นโอกาสรีบาวน์กลับ หลังการสู้รบรัสเซียยูเครนผ่อนคลายมากขึ้น
บล.เอเซีย พลัส หรือ ASPS ค้นหาหุ้นรีบาวน์กลับ ทั้งในเชิงเทคนิคคอลและพื้นฐาน โดยตลาดหุ้นซึบซับประเด็นรัสเซีย-ยูเครน หนักๆ มาแล้วกว่า 17 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 65 ที่ปธน.สหรัฐ ออกมาเตือนว่ารัสเซียเตรียมบุกยูเครนเร็วๆนี้ จนถึงวันที่ 9 มี.ค. 65 เริ่มมีกระแสยูเครนจะไม่เข้าร่วมกับ NATO ตลาดหุ้นเริ่มทยอยฟื้นขึ้น
โดยตลอดช่วงเวลา (21 ก.พ. – 8 มี.ค. 65) ตลาดหุ้นโลกปรับฐานแรง และตลาดหุ้นไทยเองปรับตัวลงมาจาก 1713 จุด มาเหลือ 1619 จุด หรือลดลงมากว่า 5.5%
ฝ่ายวิจัยฯ ทำการ “ค้นหาหุ้นที่ปรับฐานแรงมีโอกาสรีบาวน์กลับสูง ในยามที่ประเด็นรัสเซีย-ยูเครนผ่อนคลายมากขึ้น” ทั้งในมุม Sector, เทคนิคอล และพื้นฐาน ดังนี้
1. วิเคราะห์ลงไปในราย Sector ในช่วงเวลา (21 ก.พ. – 8 มี.ค. 65) จะเห็นได้ว่า มีหลาย Sector ที่ปรับฐานลงมาลึกกว่าตลาดมาก อาทิ ETRON -19.5%, PETRO-12.5%, BANK-8.8%, CONS-8.7%, CONMAT-8.0%, AGRI-7.1%, PROP-6.5%, FOOD-6.2% รวมถึงหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่แฝงอยู่ใน Sector ENERG ซึ่ง Sector ที่ลงแรงพวกนี้เกิดจากความกังวลประเด็นรัสเซียยูเครน ซึ่งมีโอกาสรีบาวน์ได้แรงเช่นกันหากประเด็นดังกล่าวผ่อนคลายมากขึ้น
2. วิเคราะห์ในมุมเทคนิคอล ค้นหาหุ้นที่มีโอกาส Covered Short สัญญาฟิวเจอร์สกลับสูง โดยผ่านเงือนไขต่างๆ ดังนี้
2.1 เป็นหุ้นที่ลงแรงกว่า SET ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (SET ปรับลง -1.7%wtd)
2.2 เป็นหุ้นที่ ปริมาณ Short Sales ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่า 10% ของปริมาณการซื้อขาย (หากหุ้นฟื้นกลับจะมีแรง Covered Short ช่วยเสริมให้ฟื้นได้เร็วกว่าหุ้นตัวอื่นๆ ตามสัดส่วนปริมาณ Short Sales ที่สูง)
ได้ผลลัพธ์คือ
ทั้งหมดเป็น 3 มุมมองสำหรับการคัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสดีดตัวกลับหลังรัสเซียยูเครนผ่อนคลายมากขึ้น ส่วน Toppick วันนี้ เลือกหุ้นที่มีโอกาสรีบาวน์กลับสูง เริ่มจาก GPSC (เป็นหุ้นที่เข้าข่ายทั้ง 3 ส่วน ลงมาลึก พื้นฐานดี มีโอกาสได้แรงหนุนจากการ Covered Short, MINT (มีโอกาสฟื้นตามหุ้นโรงแรมในยุโรป), SCB (ราคา Laggard KBANK มาก เริ่มเข้าสู่ช่วงนโยบายการเงินตึงตัว)
บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า หลังจากกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มผ่อนคลาย คาดว่าโฟกัสของตลาดจะกลับมาอยู่ที่เงินเฟ้อและนโยบายการเงินของ FED ที่จะตึงตัวขึ้นทั้งการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในสัปดาห์หน้า และโดยเฉพาะการเริ่มลดขนาดงบดุลใน ครึ่งปีหลัง 2022
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงยังเน้นลงทุนในหุ้น Value และ Domestic Play ซึ่งยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศหลัง COVID-19 กลุ่มที่คาดว่าจะสามารถ Outperform ตลาดในระยะยาวยังคงเป็น ธนาคาร ค้าปลีก อสังหาฯ อาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น
บล.เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) คาดดัชนีฯ มีโอกาสปรับตัวขึ้น นักลงทุนคลายความกังวลจากสถานการณ์ยูเครน สหรัฐ-ยุโรป ban สินค้าของรัสเซียโดยเฉพาะน้ำมัน (Goldman Sachs ประเมิน supply ของน้ำมันดิบในตลาดจะหายไป 3%)
แต่เนื่องจากสถานการณ์วันนี้ดูไม่ได้รุนแรงขึ้น รัสเซียเปิดทางให้มีการอพยพ ยูเครนอยากเจรจา ทำให้ตลาดหุ้นหลายๆ ที่เริ่มมีแรงซื้อกลับ จะดีต่อตลาดหุ้นไทยด้วย
วันนี้ การเจรจาที่ตุรกี จะมีผลตอตลาดหุ้นทั้งทางบวกและลบตามผลการเจรจา(คาดว่าน่าจะดี)
ตลาดสินทรัพย์ดิจิตอลปรับตัวขึ้นหลังจาก นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังฯ ของสหรัฐฯ ออกมาแถลงในโทนบวกเกี่ยวกับการใช้ระเบียบของคริปโต ในทางจิตวิทยาอาจจะเป็นข่าวบวกที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นเช่นเดียวกัน ล่าสุด Bitcoin ราคาปรับขึ้นเหนือ 41,000 เหรียญต่อบิทคอยน์
ทั้งนี้ คาดตลาดดีขึ้นชั่วคราว เพราะนักลงทุนเริ่มเห็นว่า ความแข็งกร้าวของทั้งยูเครนและรัสเซียดูจะลดลง แต่ยังวางใจไม่ได้มากนัก ความเห็นของเราในวันก่อน ที่ดัชนีฯ 1619 จุด ได้เข้าโซนซื้อแล้ว
สำหรับผู้ที่รอจังหวะซื้ออยู่ควรเริ่มซื้อ หุ้นที่ราคาลงมามากๆ อาทิ KCE, IVL, CPF, SCGP
“ถ้าตลาดหุ้นดีขึ้น จะเป็นลบต่อผู้ทองคำ พันธบัตร และหุ้นน้ำมัน จึงควรเลือกขายทำกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงไว้ด้วย” บล.เคทีบีเอสที ระบุ
หุ้นลำดับแรกๆ ที่ต่างชาติ net buy เมื่อวานนี้มากที่สุดคือ MEGA, KBANK, BDMS, TIDLOR
ฝ่ายวิจัย บล.เคทีบีเอสที นำ LANNA, PSL ออกจากพอร์ต และเพิ่ม KCE, KBANK, JMART เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตวันนี้ จะประกอบด้วย KCE(10%) , KBANK(10%) , JMART(10%),TIDLOR(10%), UBE*(10%), IMH*(10%), ADVANC(10%), BAM(10%)
ทั้งนี้แม้ว่าสถานการณ์สงครามคลี่คลายในระยะสั้นแต่อย่าวางใจ อาจจะไม่จบง่ายๆ และมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ ยังคงมีอยู่ และกดดันเงินเฟ้อต่อไปและการขึ้นดอกเบี้ย
ข่าวยอดนิยม

6 แอปฯ "ออมทอง" ไม่ต้องมีเงินก้อน ก็เริ่มลงทุนได้ !

7 แอป สร้างรายได้เสริม ไม่ต้องออกจากบ้าน ก็หาเงินได้!

ส่องรายได้คนขับส่งอาหาร ทางเลือกอาชีพยุคโควิด

6 บัญชี “ออมทรัพย์ดิจิทัล” ดอกเบี้ยดีต่อใจ สมัครง่ายผ่านออนไลน์ !
