อ่านงบการเงิน ฉบับ มือใหม่ ง่ายขึ้นในพริบตา‼️

Highlight
▪️ บริษัทรวยหรือไม่?
▪️ กำไรเยอะๆ ได้เป็นเงินสดบ้างหรือเปล่า?
▪️ บริษัทมีการลงทุนอะไรใหม่ๆ หรือไม่?
▪️ รายได้ มีแหล่งที่มาจากอะไรบ้าง?
หากยังไม่เข้าใจงบการเงิน = เราลงทุนโดยไม่ได้รู้จักธุรกิจนั้นดีพอ
เพราะ #งบการเงิน หรือ Financial Statement ก็คือ บันทึกกิจกรรมทางเศรษฐกิจของบริษัทที่สำคัญ ถือเป็นการสะท้อนผลงานของบริษัทได้ดีและชัดเจนที่สุด
การวิเคราะห์งบการเงินก็เหมือนการตรวจสุขภาพธุรกิจเบื้องต้น โดยเฉพาะนักลงทุนไม่ว่าจะลงทุนแนวไหนก็ตาม ควรจะเข้าใจงบการเงิน เพราะการวิเคราะห์งบฯ รหัสกุญแจหนึ่งดอกสำคัญที่จะนำไปสู่การค้นพบบริษัทที่น่าลงทุน
ใครที่ยังไม่รู้จะจับจุดเริ่มจากตรงไหน ทันข่าวToday เอาเทคนิคการอ่านงบการเงินแบบง่ายๆ มาฝากกัน
4 งบการเงินที่เราควรรู้จัก
1. งบกำไรขาดทุน = ความสามารถทำกำไร
แสดงตัวเลขผลการดำเนินงาน ได้แก่ รายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไร/ขาดทุน ซึ่งจะบอกให้รู้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ไปจนถึงแนวโน้มการเติบโตในอนาคต
ควรสแกนดูทั้ง topline หรือ "รายได้" บรรทัดแรก และ bottom line หรือ "กำไรสุทธิ" บรรทัดสุดท้าย
2 ตัวเลขสำคัญต้องเป็นบวกและควรจะเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ไตรมาสที่แล้ว แต่การจะมีกำไรสุทธิเพิ่ม ก็ควรต้องมาจาก "รายได้เพิ่ม" ไม่ควรมาจากการลดต้นทุนอย่างเดียวเพราะเป็นการเพิ่มกำไรที่ไม่ยั่งยืน
2. งบดุล = ความอู่ฟู่
เป็นส่วนที่บอกฐานะการเงินของธุรกิจ ณ เวลานั้น ซึ่งมีรายการที่สำคัญ เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ เพื่อทำให้เรารู้ว่าบริษัทนั้นมีความมั่นคง และมีความแข็งแกร่งทางธุรกิจขนาดไหน
สิ่งที่ควรสแกนจากงบดุล หลักๆ มี 4 ข้อ ก็คือ
1. คุณภาพสินทรัพย์ ต้องเป็นสินทรัพย์ที่พร้อม และ ให้ประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น หลักๆคือ เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงคลังและที่ดินอาคารอุปกรณ์
2. สภาพคล่องกิจการ ธุรกิจควรมี สินทรัพย์หมุนเวียน (เงินสด,ลูกหนี้) มากกว่า หนี้สินระยะสั้น (เงินกู้สั้นที่ต้องชำระคืนใน 1 ปี)
3. ความมั่นคงของกิจการคือดู D/E (Debt to Equity ratio) "หนี้น้อย ส่วนทุนหนา" จะดูดี น่าสนใจเพราะสะท้อนถึงความมั่นคงได้
4. กำไรสะสม (Retain Earnings) คือ กำไรสุทธิที่เกิดจากการทำมาหากินของบริษัทนับตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบัน บริษัทที่มีกำไรสะสมมาก แสดงถึงฝีมือทำมาหากินที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสปันผลสูง
3. งบกระแสเงินสด = ความมั่นคง
บอกว่าเงินสดที่ธุรกิจได้มาและจ่ายออกไปของแต่ละกิจกรรมว่าใช้จ่ายไปกับส่วนไหนบ้าง เช่น ค่าจ้าง ค่าเช่า ซื้อสินค้า ฯลฯ ทำให้เราทราบถึงสภาพคล่องทางการเงินได้เป็นอย่างดี
สแกนกระแสเงินสด จาก 3 ส่วน
1. กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน บรรทัดสุดท้ายควรต้องเป็นบวก เพราะหมายความว่า ทำธุรกิจแล้วสร้างเงินสด
2. กระแสเงินสดสุทธิจากการลงทุน แสดงการใช้เงินสดออกไปลงทุน ถ้าส่วนนี้เป็นลบแปลว่า มีการนำเงินออกไปลงทุนสร้างผลตอบแทนเพิ่ม ซึ่งมองบวก เพราะเป็นการขยับขยายธุรกิจ
3. กระแสเงินสดสุทธิจากการจัดหาเงิน ถ้าเป็นลบ แสดงว่าใช้เงินสดจ่ายออก เช่น ปันผลหรือชำระหนี้ แต่ถ้าส่วนนี้เป็นบวก แสดงว่ารับเงินสดเข้า เช่น กู้เงินเพิ่มหรือเรียกเพิ่มทุนเข้ามา
4. หมายเหตุประกอบงบการเงิน = ความโปร่งใส
งบการเงินที่สมบูรณ์ต้องมาพร้อมกับ หมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งเป็นการอธิบายอย่างละเอียดว่าแต่ละบรรทัดมีการคำนวณอย่างไร ภายใต้สมมติฐานอะไร ซึ่งแสดงถึงความโปร่งใสของการทำธุรกิจ
ใช้ดูขยายความรายการต่างๆ ในงบการเงินทั้งสาม ดูคดีความฟ้องร้อง และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
นักลงทุนควรเข้าใจว่า ส่วนใดในงบการเงินมีความสำคัญอย่างไรต่อการตัดสินใจลงทุน เราไม่ได้เรียนรู้งบการเงินเพื่อลงบัญชี แต่เรา "ทำความเข้าใจ" ข้อมูลในงบการเงิน เพื่อหาโอกาสในการลงทุน!!
ข้อมูลอ้างอิง
"ติวหุ้น รวยด้วยวีไอ" อธิป กีรติพิชญ์
เทคนิคการวิเคราะห์งบการเงินบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
https://www01.bualuang.co.th/le/help/kw/ebook004.pdf
ข่าวยอดนิยม

6 แอปฯ "ออมทอง" ไม่ต้องมีเงินก้อน ก็เริ่มลงทุนได้ !

7 แอป สร้างรายได้เสริม ไม่ต้องออกจากบ้าน ก็หาเงินได้!

ส่องรายได้คนขับส่งอาหาร ทางเลือกอาชีพยุคโควิด

6 บัญชี “ออมทรัพย์ดิจิทัล” ดอกเบี้ยดีต่อใจ สมัครง่ายผ่านออนไลน์ !
