ทำไมผู้นำอินโดนีเซียถึงไปเยือน ‘รัสเซีย-ยูเครน’ ?

Highlight
ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด หรือ ‘โจโควี’ แห่งอินโดนีเซียในฐานะประธานกลุ่ม G20
เดินทางไปเยือนยูเครนและรัสเซีย หวังให้ทั้งสองประเทศยุติการสู้รบและตกลงกันได้อย่างสันติ ด้วยหวังว่ายูเครนจะสามารถส่งออกธัญพืชได้ตามปกติ รัสเซียเองสามารถส่งปุ๋ย และโภคภัณฑ์อื่นๆ การเดินทางไปเยือนครั้งนี้มีความหมายต่ออินโดนีเซียและเพื่อนบ้าน อย่างน้อยด้านความสัมพันธ์และความเป็นกลาง รวมทั้งความหวังที่ทั้งสองประเทศจะส่งออกอาหาร และสิ่งจำเป็นต่างๆได้เพิ่มขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน จากวิกฤตอาหารทั่วโลก
ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด หรือ ‘โจโควี’ แห่งอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานกลุ่ม G20 ได้เดินทางไปเยือนยูเครนและรัสเซีย ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด หรือ ‘โจโควี’ แห่งอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานกลุ่ม G20 ได้เดินทางไปเยือนยูเครนและรัสเซีย เพื่อพบปะกับผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ หลังจากการเข้าร่วมประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ที่เยอรมนี ปลายเดือนมิ.ย.
‘โจโควี’ พยายามที่จะรักษาความเป็นกลางตั้งแต่เริ่มสงคราม แม้ว่าก่อนหน้านี้จะร่วมกับนานาชาติประณามรัสเซียที่รุกรานยูเครน แต่อินโดนีเซียก็หลีกเลี่ยงที่จะร่วมใช้มาตรการคว่ำบาตรลงโทษรัสเซีย ซึ่งผู้นำอินโดนีเซียหวังว่าความพยายามในการเดินทางสู่พื้นที่ขัดแย้งในครั้งนี้จะนำไปสู่การหยุดยิงและการเจรจาโดยตรงระหว่างผู้นำทั้ง 2 ประเทศในที่สุด
โจโควีคาดหวังอะไร?
‘โจโควี’ ต้องการสนับสนุนให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้เริ่มเจรจาเพื่อยุติสงคราม ที่ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารทั่วโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้น โดยการบุกรุกยูเครนของรัสเซียได้บีบตลาดโลก และทำให้ราคาเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม ซีเรียล น้ำตาล และน้ำมันพืชมีราคาสูงขึ้น
ผู้นำอินโดนีเซียตระหนักว่าการเยี่ยมเยือนทั้ง 2 ประเทศในครั้งนี้ไม่ได้สำคัญต่อชาวอินโดนีเซียเพียงเท่านั้น หากแต่มีความสำคัญต่อประเทศที่กำลังพัฒนาอื่นๆ ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่มีรายได้ต่ำตกอยู่ในภาวะยากจนและการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง
ทำไมสงครามยูเครนถึงมีความสำคัญต่อโจโควี?
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย Retno Marsudi กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จคือ จะต้องทำให้การส่งออกธัญพืชจากยูเครนกลับมาอีกครั้ง อีกทั้งการส่งออกอาหารและปุ๋ยจากรัสเซีย เพื่อยุติปัญหาการขาดแคลนและช่วยให้ราคาสินค้าต่ำลง
ก่อนหน้านี้ ต้นทุนน้ำมันพืชที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งห้ามการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มชั่วคราว แต่ได้กลับมาส่งออกน้ำมันปาล์มดิบอีกครั้งในเดือนต่อมา
ทั้งนี้ อินโดนีเซียและมาเลเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็นสัดส่วนรวมกันถึง 85% ของการผลิตทั่วโลก
ทำไมปูตินและเซเลนสกีอาจรับฟังโจโควี?
ในฐานะประธานกลุ่ม G20 ของอินโดนีเซียในปีนี้ ‘โจโควี’ พยายามที่จะรักษาความเป็นกลางในการรับมือกับปัญหาการบุกรุกยูเครนของรัสเซีย โดย ‘โจโควี’ เสนอการสนับสนุนต่อการเจรจาสันติภาพให้กับทั้งปูตินและเซเลนสกี ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะเชื่อมประสานการประชุมกลุ่ม G20 ให้เป็นหนึ่งเดียว หลังเกิดการแบ่งแยกกันจากความขัดแย้งที่ยังคงยืดเยื้อ
โดยสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรในกลุ่มประเทศผู้นำอุตสาหกรรม G7 ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของ G20 ได้พยายามลงโทษปูตินในหลายทาง ซึ่งรวมถึงการบอยคอตการประชุมสุดยอด G20 ที่จะจัดขึ้นในปลายปีนี้ด้วย หากปูตินไม่ถูกถอนออกจากการประชุม
อย่างไรก็ดี โจโควีได้เชิญเซเลนสกีเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวพร้อมกับปูติน ด้วยความหวังว่าจะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ระหว่างยูเครนและรัสเซียให้ดีขึ้น
โอกาสที่จะประสบความสำเร็จ
โจโควีจะเป็นผู้นำเอเชียคนแรกที่เดินทางไปยังประเทศสงครามทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งความพยายามดังกล่าวมีมาตั้งแต่ที่รัสเซียกล่าวว่าจะพิจารณาข้อเสนอของอิตาลี เพื่อยุติความขัดแย้งในยูเครน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของยูเครนและรัสเซียพบปะกันในตุรกีในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตามมาด้วยการประชุมของคณะผู้แทนในอิสตันบูล แต่กลับล้มเหลวที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ขณะที่ นักวิจัยด้านการเมืองระหว่างประเทศชาวอินโดนีเซีย Gilang Kembara มองว่าปูตินจะรับฟังโจโควีเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติมีโอกาสน้อยมาก และอินโดนีเซียเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ที่ดีในฐานะตัวแทนด้านสันติภาพภายนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาก่อน
อย่างไรก็ดี ในระหว่างที่ผู้นำอินโดนีเซียเยือนกรุงมอสโก ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้ตกลงที่จะรับรองด้านความปลอดภัยสำหรับการส่งออกข้าวสาลีของยูเครนและปุ๋ยของรัสเซียซึ่งนับเป็นพัฒนาการที่น่ายินดีสำหรับประเทศต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากราคาอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2488 อินโดนีเซียมีความสัมพันธ์เชิงประวัติศาสตร์ที่ใกล้ชิดกับรัสเซีย โดยสหภาพโซเวียตเป็นฝ่ายสนับสนุนให้อินโดนีเซียได้รับเอกราช ยิ่งไปกว่านั้นรัสเซียยังเป็นแหล่งที่มาสำคัญของยุทโธปกรณ์นับตั้งแต่รถหุ้มเกราะไปจนถึงเครื่องบินขับไล่ต่าง ๆ
ด้วยความสัมพันธ์อันดีที่สืบสานจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้การเยือนรัสเซียครั้งนี้ไม่สูญเปล่า โดย ‘โจโควี’ และ ‘ปูติน’ ได้หารือเพิ่มการค้าและการลงทุนระหว่างกันมากขึ้นด้วย แต่ยังคงไม่เห็นสัญญาณของการยุติสงครามในอนาคตอันใกล้นี้
ที่มา : https://www.voanews.com/a/explainer-why-indonesia-s-leader-is-visiting-kyiv-moscow/6640961.html
Indonesia’s President Becomes First Asian Leader to Visit Ukraine and Russia, Since Conflict (aseanbriefing.com)
Bangkok Bang SME
ข่าวยอดนิยม

ค้างค่างวด แต่ไม่อยากให้รถ “โดนยึด” มีวิธีไหนช่วยได้บ้าง?

สวัสดีปีเถาะ 2566 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ดี ใส่สีอะไรให้ปัง! ใช้เลขอะไรเด็ด! หมอช้างมีคำตอบ

เงินทุนต่างชาติทะลักเข้าอินโดนีเซีย 4.3 หมื่นล้านล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 65 เพราะอะไร ?

ฟินแลนด์ได้รับอนุมัติเป็นสมาชิกนาโตแล้ว รวมเป็น 31 ประเทศ
